ถาม : ช่วยอธิบายหน่อยว่า ทุน EGPP คืออะไร ?
ตอบ : ทุน EGPP เป็นทุนที่ให้สำหรับนักศึกษาต่างชาติ ที่อยู่ในประเทศกำลังพัฒนา โดยให้ทุนทั้งหมด 120 ทุนค่ะ สำหรับรุ่นแพรมีให้ 24 ทุน แพรเป็นคนไทย 1 คนที่ได้ของระดับปริญญาตรี และมีพี่อีกคนที่ได้ของระดับปริญญาโทค่ะ ส่วนใหญ่ประเทศที่ได้ทุนจะเป็นจีน รุ่นแพรมีตั้ง 4 คน แล้วก็มีอินโดฯ เวียดนาม ทุนนี้เป็นทุนที่ต้องเรียนเป็นภาษาเกาหลีหมดเลย ไม่มีเรียนเป็นภาษาอังกฤษ แต่ช่วงหลังมานี้ มหาวิทยาลัยเริ่มปรับให้มีภาษาอังกฤษมากขึ้นแล้ว ประมาณ 30% ได้ค่ะ
ถาม : เป็นมาอย่างไรจึงมาสมัครทุนนี้ได้ ?
ตอบ : คุณพ่อของแพรเป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยค่ะ แล้วพอดีเพื่อนของคุณพ่อเค้าได้ไปสัมมนาที่มหาวิทยลัยสตรีอีฮวา (Ewha Womans University) และได้เจอกับอาจารย์ของที่นั่น ทำให้รู้ว่ามีทุนนี้เปิดรับสมัครเป็นปีแรก คุณพ่อทราบก็มาแนะนำให้แพรสมัคร ซึ่งคณะที่เปิดรับสมัครมีตรงกับที่อยากเรียนด้วย แพรเลยลองสมัครดู แล้วก็ได้ค่ะ แพรตัดสินใจไป เพราะว่าได้เรียนสาขาที่อยากเรียน และด้านนิเทศที่อีฮวาก็มีชื่อเสียงด้วย ตัวแพรเองก็มีผลงานทางนี้มาก่อน แพรคิดว่าเค้าพิจารณาจากตรงนี้ แล้วก็ดูจากเกรดเฉลี่ยของเราด้วยค่ะ
ถาม : ทุนนี้ให้ค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ?
ตอบ : ให้ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ (กลับตอนจบการศึกษา) ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะส่งเป็น E-ticket มาให้ก่อน ให้ค่าที่พักจนกว่าจะเรียนจบ ซึ่งต้องไม่เกิน 4 ปี ให้ค่าอาหาร เป็นคูปองอาหาร 60 ใบต่อเดือน เป็นอาหารในหอพักของมหาวิทยาลัย (ถ้าเราอยากทานข้างนอก เราต้องจ่ายเอง) และก็ให้ค่าหน่วยกิจ ค่าเล่าเรียนเต็มจำนวน ซึ่งถ้าเราขยันอยากเรียนช่วง Summer ทางมหาวิทยาลัยก็จ่ายให้ด้วยค่ะ แล้วก็ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เป็นรายเดือน ซึ่งให้ทุกเดือน รวมถึงช่วงปิดเทอมด้วย แต่นักเรียนทุนต้องรักษาระดับเกรดเฉลี่ยให้ไม่ต่ำกว่า 3.0 ค่ะ ไม่อย่างนั้นจะถูกตัดทุน ซึ่งถ้าถูกตัดทุนแล้วอยากจะเรียนต่อก็ทำได้ แต่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง
ถาม : สาขาที่น้องแพรเรียน เรียนเกี่ยวกับอะไร และมีลักษณะการเรียนการสอนเป็นอย่างไร ?
ตอบ : สาขาที่แพรเรียนคือ Media studies (Division of television and film) ช่วงปี 1 จะเรียนทฤษฎีเป็นหลักค่ะ ปี 2 เรียนเกี่ยวกับการวิจารณ์ภาพยนตร์, ละคร พอปี 3 ก็เริ่มให้ทำภาพยนตร์เองแล้ว ส่วนเรื่องการเรียนการสอน อาจารย์จะให้ทำงานเดี่ยวมากกว่างานกลุ่มค่ะ เช่นถ่ายงาน 6 นาที ต้องทำเองหมดเลย ตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งค่อนข้างหนัก สาขาที่แพรเรียน งานเยอะมาก ไม่นึกว่าจะเยอะขนาดนี้ แต่ว่าก็ได้เรียนรู้เยอะด้วย เวลาทำงานกลุ่ม เพื่อนก็จะช่วยเหลือ เพราะคนอื่นเป็นคนเกาหลีหมด เพื่อนก็จะให้แพรเขียนมาเป็นอังกฤษมาก่อน แล้วก็จะช่วยปรับ ช่วยเขียนสรุปให้ แต่ถ้างานเดี่ยวก็หนักหน่อย เพราะต้องพิมพ์เองเขียนเอง ทำเองทุกอย่าง แต่แพรก็จะให้เพื่อนคนเกาหลีช่วยตรวจให้ด้วย แล้วเดี๋ยวนี้บางวิชา อาจารย์ก็ให้เขียนตอบเป็นอังกฤษได้แล้วค่ะ
ถาม : เพื่อนต่างชาติที่ได้ทุนเดียวกันเป็นอย่างไรบ้าง ?
ตอบ : เพื่อนๆ ก็ดีค่ะ เพื่อนที่มาเรียนจะมีหลากหลายอายุ หลายคนเคยมีประสบการณ์ทำงานมาแล้ว บางคนเรียนปริญญาตรีมาแล้ว ก็มาเรียนอีก รุ่นแพรนี่แพรเด็กสุดเลย บางทีก็เลยทำให้คุยกันคนละเรื่อง แต่เวลาที่เรามีปัญหาก็จะคุยกันนะคะ เพราะว่าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เค้าก็ให้คำปรึกษา เราเองสามารถแลกเปลี่ยนได้ว่า เรามีปัญหาอย่างนี้ควรแก้ยังไง
ถาม : การใช้ชีวิตในหอพักเป็นอย่างไร ?
ตอบ : อยู่หอพักของมหาวิทยาลัย 2 คนต่อ 1 ห้องค่ะ ห้องน้ำรวม ใช้เครื่องซักผ้าหยอดเหรียญ เทอมแรกแพรอยู่กับรูมเมทที่เป็นคนเคนยา เค้าเองก็ได้ทุนเดียวกัน เหนื่อยเหมือนกันต้องปรับตัวเยอะค่ะ เพราะเรียนคนละสาขา เรียนไม่ตรงกัน เค้าตื่นแพรนอน เค้านอนแพรตื่น พอเทอมสอง แพรย้ายไปอยู่หอปริญญาโท อยู่กับคนเกาหลีค่ะ
ถาม : เรียนภาษาเกาหลีอย่างไร แล้วมีปัญหาเรื่องภาษาบ้างมั้ย ?
ตอบ : ตอนเข้าเรียนปี 1 ก็ได้เรียนวิชาพื้นฐานภาษาอังกฤษ และภาษาเกาหลีควบคู่ไปด้วยค่ะ เค้าให้เรียนภาษาเกาหลีที่สถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัยเอง เรียนระดับ 1-3 ของหลักสูตรปกติ หลังจากนั้นแล้วก็ให้เรียนระดับ 3 ที่เป็นภาษาเกาหลีเหมือนกับที่คนเกาหลีเรียนเลย ซึ่งยากมาก ส่วนปัญหาเรื่องการใช้ภาษา แพรโชคดีที่มีเพื่อนที่สนิทอยู่กลุ่มหนึ่งที่คอยช่วยค่ะ แต่ตามสไตล์คนเกาหลีแล้ว เค้าก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากมาย
ถาม : ได้ทำงานพิเศษ หรือฝึกงานด้วยหรือเปล่า ?
ตอบ : ความจริงทุนนี้บังคับไม่ให้ทำงานนะคะ แต่พอมีคนรู้ว่าเราพูดภาษาเกาหลีได้ก็จะเริ่มเข้ามาติดต่อ แพรเองจะมีไปช่วยที่สถานทูตด้วย แสดงพวกรำไทย แพรจะมีชุดทุกภาคเลย ส่วนเรื่องฝึกงาน คณะแพรไม่ได้บังคับว่าต้องฝึกงาน แต่ว่าที่ประเทศเกาหลีใต้ ใครจะทำงานก็ต้องเคยผ่านการฝึกงานมาก่อน
ถาม : คนเกาหลี และเด็กเกาหลีในความรู้สึกของน้องแพรเป็นอย่างไร ?
ตอบ : คนเกาหลี มีด้านดีคือ ขยัน อดทน รักชาติ แต่ที่แพรคิดว่าเป็นข้อเสีย ก็คือ เขาแข่งขันกันเกินไป ทำให้เครียด เวลาเรียนแพรกดดันมาก เพราะในแต่ละวิชา คะแนนเฉลี่ยสูงมาก ส่วนใหญ่ไม่ต่ำกว่า 75% แพรต้องถีบตัวเองให้ได้อิงกลุ่ม จะไม่มีมาแยกแยะว่าเราเป็นเด็กต่างชาติ ส่วนเด็กเกาหลีจะค่อยข้างขวนขวายมากกว่าเด็กไทย เวลาอาจารย์ถามก็จะแย่งกันยกมือตอบ
แล้วเค้าก็จะมีความรู้ ความเจริญทางด้าน IT เค้าเลยไม่ต้องเรียนรู้การใช้โปรแกรมอะไรมาก เพราะมันซึบซับมาเป็นส่วนหนึ่งกับชีวิตของเค้าอยู่แล้ว แต่เราไม่มี แพรต้องมาเรียนรู้ บางทีต้องให้ที่บ้านส่งหนังสือพวกการใช้โปรแกรมที่เป็นภาษาไทยมาให้ด้วย
ถาม : คิดว่าได้รับอะไรจากการเป็นนักเรียนทุน ?
ตอบ : ได้เรียนรู้นิสัย วิถีทางในการดำเนินชีวิตของคนชาติอื่นๆ ค่ะ เพราะถึงแม้ว่าที่นี่จะไม่ใช่มหาวิทยาลัยอินเตอร์ แต่ว่าสังคมของที่นี่ถือว่าเป็นสังคมแบบอินเตอร์ คือเราต้องไปเรียนกับคนหลากหลายชาติมาก เวลาที่คุยกันก็จะคุยกันถึงเรื่องของประเทศนั้นๆ เราก็จะได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ ที่กว้างขึ้น แล้วก็ได้รู้จักคนเกาหลีมากขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังได้เห็นมุมมองต่างๆ จากอาจารย์ที่สอน เพราะอาจารย์ส่วนใหญ่จะเป็นพวกโปรดิวเซอร์ค่ะ เราก็ได้เรียนจากคนที่มีประสบการณ์ และมีโอกาสได้ไปทัศนศึกษาในสถานที่จริง
ถาม : วางแผนอนาคตไว้อย่างไรบ้าง ?
ตอบ : หลังจากจบแล้ว แพรก็อยากจะเรียนต่อค่ะ แต่แพรอยากกลับมาทำงานเมืองไทยก่อน
|